หลายคน โปรโมทเว็บ หวังอยากให้ติดอันดับต้น ๆ ใน Google.com แต่ทำไมเวลา โปรโมทเว็บ จริง ๆ กลับพบว่าไปติดอยู่ใน Yahoo.com หรือ Live.com ซะมากกว่า ที่เป็นเช่นนั้นเพราะว่ากูเกิ้ลมีตัวกรองหลายชั้นมาก สิ่งที่จะทำให้กูเกิ้ลเลือกว่า เว็บนี้สมควรจะติดใน 10 อันดับแรกหรือไม่มาจากความน่าเชื่อถือของเว็บนั้น แล้วเราจะสร้างความน่าเชื่อถือที่ว่าได้อย่างไร เรามาดูกัน
ในมุมมองของวิศวกรกูเกิ้ล แม้จะมีอัลกอริธึมซับซ้อนอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่อยู่ในใจเสมอคือ กูเกิ้ลต้องการแสดงผลการค้นหาที่ตรงกับความต้องการของผู้ค้น และเว็บที่แสดงนั้นจะต้องไม่เป็นเนื้อหาที่ซ้ำกับเว็บอื่น กูเกิ้ลไม่ต้องการแสดงผลเนื้อหาที่ซ้ำ ๆ กัน (Duplicated Content) จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมเว็บคุณจึงควรมีเนื้อหาที่คัดลอกมาจากคนอื่นทั้งดุ้น เพราะถ้ามี 2 หน้าที่เนื้อหาเหมือนกัน กูเกิ้ลจะวัดจากน้ำหนักของตัวโดเมนหลัก และลิ้งค์ที่วิ่งเข้าไปในหน้านั้นจากหน้าอื่น และอายุของเนื้อหา่นั้นโดยนับจากวันที่โดนเก็บเข้ามา (Cache date) ก่อนที่จะตัดสินว่า เนื้อหานั้นสมควรอยู่อันดับไหน
เรามาดู 3 วิธีการ โปรโมทเว็บ เบื้องต้นใน Google ที่ถูกต้องกันนะครับ
1. ลิ้งค์เน้นที่คุณภาพ ไม่ใช่ปริมาณ – อย่างที่เคยบอกไว้ในบทความก่อนหน้านี้แล้วว่า การทำลิ้งค์นั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือคุณภาพและความถี่ในการเพิ่มลิ้งค์อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งทำได้ด้วยการเพิ่มเนื้อหาที่มีคุณภาพเข้าไป ในการ โปรโมทเว็บ กูเกิ้ลนั้นเป็นระบบค้นหาเว็บที่มีการกรองลิ้งค์ละเอียดที่สุด การที่มีลิ้งค์คุณภาพต่ำจำนวนมาก ๆ หรือมีลิ้งค์จำนวนมากเกิดขึ้นพร้อม ๆ กันในวันเดียวนั้น ส่วนใหญ่ลิ้งค์พวกนั้นจะถูกตีค่าเป็นศูนย์ ไม่นับเป็นโหวตให้กับการ โปรโมทเว็บ ของคุณ และบางครั้งการมีลิ้งค์มาจากเนื้อหาที่ไม่เกี่ยวข้องกันมาก ๆ อาจทำให้อันดับเว็บคุณร่วงได้เช่นกัน
2. ลิ้งค์ควรมาจากหลายที่ – ระหว่างลิ้งค์จำนวน 10 ลิ้งค์มาจากโดเมนเดียวกัน กับ 10 ลิ้งค์มาจาก 10 โดเมน โดเมนละ 1 ลิ้งค์นั้น ส่งผลแตกต่างชัดเจน ในการทำการ โปรโมทเว็บ เพราะการมีลิ้งค์จำนวนมากมาจากเว็บนึงไปยังอีกเว็บนึงนั้น ดูไม่ธรรมชาติ คิดในมุมของวิศวกรกูเกิ้ล ถ้าคุณเห็นเว็บเอ ลิ้งค์ไปยังเว็บบีเป็นสิบ ๆ อัน คุณจะให้น้ำหนักกับลิ้งค์เหล่านั้นหรือไม่
3. เนื้อหาที่ครอบคลุมหลากหลายหัวข้อ – กูเกิ้ลไม่ได้ให้น้ำหนักกับเนื้อหาเพียงหน้าเดียวบนเว็บ แต่จะทำการตรวจสอบเนื้อหาทุก ๆ หน้าเพื่อดูว่า โดเมนนั้นมีเนื้อหาส่วนใหญ่เกี่ยวกับอะไร และมีความเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ผู้ใช้ค้นหาหรือไม่ ดังนั้นเวลาที่เพิ่มเนื้อหาเข้าไป ควรมีความหลากหลาย ครอบคลุมหลายเรื่อง แต่ให้อยู่ภายใต้ธีมเดิม เช่น คุณทำเว็บเกี่ยวกับสุนัข คุณสามารถมีเนื้อหาเกี่ยวกับสัตว์ได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นแมว ช้าง คุณอาจจะมีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องอื่นได้ เช่น รถยนต์ แต่กูเกิ้ลก็จะมองว่าเว็บคุณควรจะติดในคำค้นหาที่เกี่ยวกับสัตว์มากกว่า เพราะเนื้อหาส่วนใหญ่ของโดเมนคุณเป็นแบบนั้น เป็นต้น ในทางกลัีบกัน ถ้าเนื้อหาบนเว็บคุณมีหลากหลายและไม่ได้เน้นด้านใดด้านหนึ่ง ก็จะทำให้เสียเปรียบในเรื่องนี้ และทำให้การ โปรโมทเว็บ ค่อนข้างทำได้ยากกว่าเว็บที่มีเนื้อหาไปในทิศทางเดียวกัน
หาข้อมูล
หาข้อมูลให้เยอะที่สุดเท่าที่ทำได้
- หาข้อมูลของ มหาวิทยาลัย ที่เปิดสอนวิชาที่เราต้องการ
- หาข้อมูลของเมืองและประเทศ ว่าน่าอยู่เหมาะกับเราหรือเปล่า ภูมิอากาศ ภูมิประเทศ สภาพความเป็นอยู่ ชอบอยู่ในเมืองหรือชอบชนบท…กรณีต้องการหารายได้เพิ่มช่วยเหลือตัวเองไป ด้วยระหว่างศึกษาต่อ แนะนำว่าให้ไปเมืองที่ใหญ่หน่อย และมีร้านอาหารไทยเยอะหน่อย อย่างการไป เรียนต่ออินเดีย จะช่วยได้เยอะค่ะ
เตรียมการสมัครสอบ
ในการสมัครเรียน ทางมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ต้องการดูผลว่าเรามีความสามารถเพียงพอที่จะสามารถไปเรียนได้หรือเปล่า ส่วนใหญ่จะมีสอบ
- สอบภาษาอังกฤษ TOEFL สำหรับประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศอื่นๆ และ IELTS สำหรับอังกฤษ
- สอบความรู้ด้านอื่น รวมถึงสอบ GMAT สำหรับด้านบริหาร และสอบ GRE สำหรับด้านอื่นๆ บางสาขาไม่จำเป็นต้องสอบ
เตรียมเอกสาร
ควรเตรียมเอกสารตั้งแต่เริ่มคิดที่จะสมัครเรียนต่อ เนื่องจากบางเอกสารอาจจะต้องใช้เวลานาน(ถึงนานมาก ในบางที) ยังไงก็ควรขอเอกสารไว้กับตัวก่อน ไม่จำเป็นต้องคิดว่า สอบTOEFL ผ่านแล้วค่อยขอ หรือว่าหามหาวิทยาลัยที่ต้องการได้แล้วค่อยขอ โดยเอกสารหลักๆที่ต้องมี
- ทรานสคริปต์ (transcript) เป็นใบผลการเรียนจากทางมหาวิทยาลัย ฉบับทางการ ใส่ซองมหาวิทยาลัยและปิดผนึกตรามหาวิทยาลัยที่หน้าซอง ขอได้จากสำนักทะเบียน
- จดหมายแนะนำ (letters of recommendations) จดหมายแนะนำจากทางอาจารย์หรือหัวหน้างาน อย่างน้อย 3 ฉบับ (บางที่เอา 2) ก่อนจะไปขออาจารย์ ควรจะรู้ให้แน่ก่อนว่าอยากจะเรียนอะไร เวลาอาจารย์ถามจะได้ตอบถูก
- เอกสารรับรองทางการเงิน (financial statement) เอกสารรับรองจากทางธนาคารว่าเรามีเงินเพียงพอที่จะเรียนต่อได้
- (statement of purpose) เป็นจดหมาย 1 หน้า (หรือมากกว่า แต่ควรเขียนไม่ยาวมาก) เป็นจดหมายที่เราเขียนให้แก่ทางมหาวิทยาลัย เกี่ยวกับเหตุผลที่ว่า ทำไมเราถึงเลือกมาเรียนที่นี่ (เช่นเดียวกับที่ว่า เหตุผลทำไมเค้าถึงรับเรา)
- ในสาย MBA มักจะมีคำถาม 2-5 ข้อให้เราเขียนตอบ เกี่ยวกับการสมัครเข้าเรียน
- บางสาขาวิชาต้องการให้เราเขียน เรซูเม (resume)
- อื่นๆ อาจจะเป็นประกาศนียบัตรต่างๆ ที่เราได้มาและเกี่ยวข้องกับที่เราจะสมัคร
เดดไลน์
เดดไลน์ (deadline) ของการสมัครแต่ละมหาวิทยาลัยจะแตกต่างกัน และแต่ละคณะก็จะแตกต่างกัน ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคือวันไหน และจำไว้ว่า ไม่ควรจะรอถึงวันใกล้เดดไลน์แล้วค่อยส่งเอกสาร เอกสารต่างๆ ควรจะส่งล่วงหน้า
ขั้นตอนการสมัครสอบ
การสมัครสอบก็สมัครได้ทันที ไม่ต้องรอให้สอบภาษาอังกฤษผ่าน เพราะอาจจะทำให้ช้าเกินไป หลังจากเลือกมหาวิทยาลัยที่ต้องการสมัครได้ อาจจะเลือก มากกว่า 1 มหาวิทยาลัย และทำการสมัคร
- กรอกเอกสารการสมัครของทางมหาวิทยาลัย หลายๆ ที่สามารถกรอกผ่านเว็บไซต์ได้ทันที หรือโหลดไฟล์จากเว็บกรอกและส่งกลับไป
- ส่งเอกสารตามไป หลายมหาวิทยาลัยต้องการให้ส่งเอกสารบางส่วนเข้าคณะ และเอกสารบางส่วนไปที่ grad college
- พยายามเช็คอีเมลบ่อยๆ หรือเช็คจากเว็บไซต์ว่าเอกสารเราไปถึง ถ้ายังไม่ถึงให้อีเมลไปถามหรือโทรไปถาม
- ถ้าทางมหาวิทยาลัยตอบรับ จะส่งอีเมลหรือโทรศัพท์มาบอกก่อน และจะส่งจดหมายตามมา โดยเราควรจะตอบรับหรือตอบปฏิเสธมหาวิทยาลัยนั้นตามมารยาท (และกรณีเดียวกัน ถ้าเราปฏิเสธจะทำให้โอกาสแก่ผู้อื่น)
- สำหรับสหรัฐอเมริกา เมื่อทางมหาวิทยาลัยตอบรับ จะส่งเอกสารที่เรียกว่า I-20 (ไอ-ทเวนตี) มาให้สำหรับในการขอวีซา
ขั้นตอนหลังจากได้รับการตอบรับ
ส่วนใหญ่จะเป็นการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกเดินทาง
- ในสหรัฐอเมริกา เมื่อได้รับจดหมายตอบรับจะได้ I-20 เพื่อนำไปขอวีซ่า ในกรุงเทพ ระยะเวลาในการขอวีซ่าค่อนข้างนาน อาจจะนานถึง 2 เดือนได้ ควรขอแต่เนิ่นๆ ถ้าเป็นในเชียงใหม่ใช้เวลาไม่นานไม่เกิน 1-2 อาทิตย์ แต่ขอได้เฉพาะบุคคลที่มีทะเบียนบ้านในภาคเหนือ
- ซื้อตั๋วเครื่องบิน เตรียมตัวว่าจะไปถึงวันไหน อาจจะไปถึงก่อนซัก 1-2 อาทิตย์เพื่อปรับตัวก่อนเริ่มเรียน หรือถ้ากะจะไปเที่ยวก่อนอาจจะไปก่อนหน้านั้นได้
- ในสหรัฐอเมริกาไม่สามารถเข้าประเทศได้ก่อน 60 วัน (60 วันพอดีไม่ใช่ 2 เดือน) จากวันที่เขียนใน I-20 ถ้าเข้าประเทศก่อนหน้านั้นมีสิทธิโดนส่งกลับสูง
- ตรวจสุขภาพ มหาวิทยาลัยหลายที่จะส่งเอกสารให้เราตรวจสุขภาพ ตามใบที่ทางมหาวิทยาลัยส่งมาให้
- เตรียมของให้พร้อม ดูที่ สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนไปเมืองนอก
- ตัดแว่น ตรวจฟัน ตัดคอนแทค ให้พร้อม
- กิน เที่ยว ให้สนุก ในประเทศไทย …
- …
หากวันใดท่านเกิดต้องการจะ ขนย้าย ข้าวของภายในบ้านขึ้นมา ไม่ว่าจะไปส่วนไหนของประเทศไทยหรือจุดใดในโลก การย้ายบ้านของท่านจะกลายเป็นเรื่องง่ายๆในชีวิตทันที
เพียงท่านกดโทรศัพท์ หรือ ส่งอีเมล์ มาที่ฮิปส์ แล้วแจ้งรายละเอียด ต้นทาง ปลายทาง รายการข้าวของที่จะนำไป หากไม่แน่ใจ เราก็มีบริการเข้าไปสำรวจข้าวของและประเมินราคาให้ฟรี โดยใช้เวลาเพียงนิดเดียว ก็สามารถแจ้งราคาให้ท่านทราบได้แล้ว หากท่านถูกใจ ฮิปส์ ก็นัดวันเวลาการขนย้ายกันได้เลย สิ่งที่ท่านต้องทำเมื่อใช้บริการของฮิปส์ก็คือ ชี้บอกอย่างเดียว นอกนั้น ฮิปส์ จะจัดการให้ทั้งหมด เริ่มจาก แพ็คของ ทุกชิ้น ไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็ก ถอดและประกอบเฟอร์นิเจอร์ระบบ knock down ทำการขนย้ายไปที่ใหม่ จัดวางให้ตามใจท่าน
พร้อมรับประกันความเสียหายของข้าวของให้ด้วย ทุกอย่างปฎิบัติงานด้วยความเรียบร้อย ระมัดระวัง ทำให้ท่านประหยัดแรง ประหยัดเวลา ในราคาที่ท่านพอใจ